ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์

นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ในการรับรู้ของสาธารณชนทั่วไป ชื่อของสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMECN) อาจจะยังไม่คุ้นชินกันในวงกว้างมากนัก แต่ในความเป็นจริงสมาคมนี้ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ ปี 2553 และที่ผ่านมาก็มีบทบาทและผลงานเป็นที่ประจักษ์จำนวนมาก เพราะเป็นสมาคมที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า… ต้องการช่วยเหลือสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีบ้านเรา ที่มีเกือบ 3 ล้านราย โดยมุ่งผลิตที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ และเน้นการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยพัฒนาธุรกิจไปได้อย่างมั่งคั่งยั่งยืน ในบริบทที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์ ในฐานะนายกสมาคมฯ เครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พูดถึงจุดประสงค์ของการจัดตั้งสมาคม โดยต้องการที่จะเป็นสื่อกลาง และเป็นตัวกลาง จัดหาที่ปรึกษาเก่ง ๆ ที่จะมาให้บริการกับธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นหลัก นั่นหมายถึงว่า สมาคมต้องการจะรวมที่ปรึกษาเฉพาะทาง เฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การตลาด การเงิน การบริหารจัดการ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ จึงจัดตั้งเป็นสมาคมขึ้นมาใช้ชื่อว่า สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จดทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งจดทะเบียนถูกต้องกับกระทรวงมหาดไทย เป็นสมาคมที่รวมจอมยุทธ์ในแต่ละด้านไว้ด้วยกัน

“เรามีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนา เพื่อให้ที่ปรึกษามีความพร้อมในการให้บริการ และให้คำปรึกษาผู้ประกอบการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และชัดเจน อันจะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง เพราะวัตถุประสงค์หนึ่งของสมาคม ฯ คือสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างที่ปรึกษาด้วยกัน และระหว่างที่ปรึกษากับผู้ประกอบการ ให้เติบโตไปพร้อมๆกัน เรียกว่า ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ผู้ประกอบการขาดที่ปรึกษาไม่ได้ ที่ปรึกษาขาดผู้ประกอบการไม่ได้”

ทั้งนี้ สมาคมฯ จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างที่ปรึกษาฯ กับผู้ประกอบการ กลไกหนึ่งที่จะช่วยให้สองฝ่ายได้ติดต่อประสานงาน รับรู้ข้อมูลและรับทราบความเคลื่อนไหวต่าง ๆ นั่นก็คือ ช่องทางผ่านทางเว็บไซต์

ดร.วิริยะ ระบุด้วยว่า ในการทำธุรกิจมีองค์ประกอบมากมาย อย่างเช่น การทำธุรกิจอาหาร อาหารแปรรูป อาหารเสริม หรือเครื่องสำอาง ต้องมีการยื่นขอมาตรฐาน อย. ซึ่งทางสมาคมฯ ก็มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ที่จะให้คำปรึกษาได้ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างธนาคารต่าง ๆ ด้วย

ทางด้านการให้คำปรึกษาแก่บรรดาผู้ประกอบนั้น นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ บอกกล่าวว่า สมาคมจะเข้าไปสอดส่องคุณภาพของที่ปรึกษา หากผู้ประกอบการได้รับบริการจากที่ปรึกษาของสมาคมฯ  แล้ว ไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้ กรุณาแจ้งมาที่เบอร์โทร 095 091 7711 จะมีเจ้าหน้าที่คอยรับสาย หรือ อีเมล์มาก็ได้ ทางสมาคมฯ จะเรียนเชิญที่ปรึกษาท่านนั้นเข้ามาพูดคุยแนะนำตักเตือน หรือผู้ประกอบการจะเปลี่ยนที่ปรึกษาคนใหม่ก็ได้

สรุปคือ สมาคมฯ เหมือนเป็นศูนย์รวมของที่ปรึกษา เป็นการให้โอกาสกับผู้ประกอบการได้มาช็อปปิ้ง มาเลือกที่ปรึกษาให้ตรงกับความต้องการ พยายามจะสร้างมาตรฐานที่ปรึกษาให้มีมาตรฐานสากล

 แนะช่องทางใช้ที่ปรึกษาฟรี.!

ดังนั้น ผู้ประกอบการใช้ที่ปรึกษาของสมาคมฯ ก็อุ่นใจได้ว่ามีองค์กรที่คอยกำกับ ติดตาม ดูแล ไม่ให้เป็นปัญหาสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเรื่องของสมาคมฯ ที่พร้อมให้บริการ ไม่คิดหวังผลกำไรทางธุรกิจ โดยยินดีจะช่วยเหลือผู้ประกอบการเป็นหลัก พร้อมคาดหวังว่าเมื่อผู้ประกอบการผลิตสินค้าออกมาแล้วสามารถขายได้แบบถูกทาง มีตลาด สินค้าดีมีคุณภาพ มีมาตรฐาน นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ดร. วิริยะ ย้ำอีกว่า ในสมาคมฯ มีที่ปรึกษาพร้อมให้บริการอยู่ 300 – 400 คน ในหลากหลายสาขาวิชาชีพอีกทั้งมีเว็บไซต์ เพื่อให้ที่ปรึกษาได้เข้ามาปรับข้อมูล-ผลงานต่าง ๆ และในฐานะที่คลุกคลีในวงการธุรกิจเอสเอ็มอีมานาน มองว่าผู้ประกอบการทุกวันนี้ ขาดเรื่องประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทีมขายออนไลน์ และออฟไลน์ ขณะที่สมาคมฯ มีทีมประชาสัมพันธ์ที่เข้มแข็งมาก และ พร้อมจะให้บริการ โดยที่งบประมาณ หรือ ค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เป็นปัญหาเลย เพราะมองว่า จริง ๆ แล้ว สามารถหาหน่วยงานราชการมาช่วยสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายได้ ก็จึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการมาใช้ที่ปรึกษาของสมาคมฯ

กับคำถามที่ว่าเอสเอ็มอีบ้านเรา นิยมใช้ที่ปรึกษาในการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน ..?

ประเด็นนี้ นายกสมาคมฯ อธิบายว่า จริง ๆ แล้ว ในภาวะปัจจุบัน ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐค่อนข้างมาก และการใช้ที่ปรึกษาจะใช้ผ่านหน่วยงานหลักของภาครัฐ ผ่านงบประมาณของรัฐ ผู้ประกอบการไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาเลย แต่ภาครัฐจ้าง รัฐเป็นคนจ้างเพื่อช่วยธุรกิจเอสเอ็มอี จึงไม่ต้องเสียเงินจ้างที่ปรึกษา ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ก็ตาม

ยกตัวอย่าง เช่น จะต้องจ้างที่ปรึกษา เมนเดย์หนึ่ง 10,000 บาท ถ้าโครงการหนึ่ง หรือ ผู้ประกอบการรายหนึ่งใช้ที่ปรึกษา 10 เมนเดย์ งบประมาณที่ใช้อยู่ที่ 100,000 บาท เอสเอ็มอีไม่ต้องจ่ายเงิน 100,000 บาท แต่จะมีหน่วยงานราชการจ่ายเงินจ้างที่ปรึกษา 100,000 บาทให้ กระทรวงหลัก ๆ คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงานฯ และ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งก็มีหลายๆหน่วยงานที่กำลังขับเคลื่อนตรงนี้อยู่

ฉะนั้น การใช้บริการที่ปรึกษาของผู้ประกอบการ สามารถใช้ที่ปรึกษาให้เต็มที่ เพราะใช้ผ่านหน่วยงานอยู่แล้ว ผู้ประกอบการไม่ต้องใช้จ่ายอะไร มีแต่ได้รับประโยชน์ วิธีการคือ ต้องไปติดต่อหน่วยงานที่รู้จัก หรือสังกัดอยู่ เช่น ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ไปที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค มีทั้งหมด 11 แห่ง ทั่วประเทศ เดินเข้าไปบอกเลยว่า อยากได้ที่ปรึกษาด้านนี้ ๆ เขาจะมีเอกสารให้ท่านกรอก แล้วคัดเลือกที่ปรึกษามาให้ท่านเลือกด้วย หรือว่าเขาเชิญท่านให้เข้าโครงการต่าง ๆ หรือ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ก็มีทั่วประเทศเหมือนกัน นอกจากนี้ยังสามารถไปที่ศูนย์ดำรงธรรมของแต่ละจังหวัด แจ้งว่าต้องการที่ปรึกษาธุรกิจ ได้อีกทาง

สุดท้าย นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ บอกด้วยว่า เว็บไซต์ของสมาคมฯ ที่เปิดมานี้ จะเป็นประโยชน์กับเอสเอ็มอี อย่างมาก ทำให้เอสเอ็มอีสามารถเข้ามาเลือกที่ปรึกษาที่ตัวเองต้องการได้ เช่น มีปัญหาเรื่องการเงิน การผลิต ก็มาเลือกที่ปรึกษา ซึ่งมีเป็นร้อยๆ คนให้เลือก ท่านสามารถแจ้งความจำนงไว้ในเว็บไซต์ หรือ ไลน์แอดก็ได้ จะมีที่ปรึกษาติดต่อกลับไป รวมทั้งเฟซบุ๊คและไลน์ จะเป็นสื่อกลางให้เอสเอ็มอีกับที่ปรึกษาติดต่อกันได้สะดวกอีกทางหนึ่งด้วย